คู่มือการตั้งค่า Livechat

คู่มือการตั้งค่า Livechat

สร้าง PAT Authentication ใน Livechat Developer Console

เข้าสู่ระบบ Livechat Developer Console โดยใช้บัญชี LiveChat Agent ที่จะให้ AI Agent เข้ามาดูแลแทน และทำตามขั้นตอนดังนี้

  • ไปที่หน้าการตั้งค่า เลือก Personal Access Tokens แล้วคลิก "Create new token +"
    สร้างโทเคนใหม่

  • สร้าง PAT แล้วเลือก "select all" สำหรับ access scopes
    ขอบเขตการเข้าถึง

  • คัดลอกและบันทึก "Account ID" และ "Token" ซึ่งจะต้องใช้ในการตั้งค่าที่ "GPTBots - Agent Integration - Livechat"
    Account ID / Token

สร้างแอปใน Livechat Build app เพื่อรับและส่งข้อความบนแพลตฟอร์ม livechat

  • ไปที่หน้า "Apps" แล้วคลิกปุ่ม "Build app" เพื่อเริ่มสร้างแอป
    สร้างแอป

  • กรอกชื่อแอป เลือก livechat สำหรับ Product แล้วคลิก "Create app" เพื่อสร้างแอปสำเร็จ
    สร้างแอป

  • คลิกที่แอปเพื่อเข้าสู่หน้ารายละเอียด เลือกหน้า Blocks แล้วคลิกปุ่ม "Add Building Blocks"
    เพิ่ม Building Blocks

  • ในหน้าต่าง "Add Building Blocks" เลือก "App Authorization" แล้วคลิก "Add block"
    เพิ่ม block

  • เลือก "Server-side app" แล้วคลิก "Save" เพื่อสร้างสำเร็จ
    บันทึก

  • คัดลอกและบันทึก "Client Id" และ "Client Secret" ซึ่งจะต้องใช้ในการตั้งค่าที่ "GPTBots - Agent Integration - Livechat"
    Client Secret / Client Id

ตั้งค่า Livechat Integration ใน GPTBots

  • ที่หน้า "GPTBots - Agent Settings - Integration - Livechat" ให้กรอกข้อมูลที่บันทึกไว้ แล้วคลิก "Submit" เพื่อเสร็จสิ้นการตั้งค่า

    • AgentEmail: อีเมลของบัญชี LiveChat Agent ที่จะให้ AI Agent ดูแลแทน ต้องเป็นบัญชีบริการลูกค้ามนุษย์ในโปรเจกต์เดียวกัน
    • Account ID: Account ID ที่ได้จากการสร้าง PAT ใน Livechat (สำหรับบัญชี LiveChat Agent ที่จะให้ AI Agent ดูแลแทน)
    • Token: Token ที่ได้จากการสร้าง PAT ใน Livechat (สำหรับบัญชี LiveChat Agent ที่จะให้ AI Agent ดูแลแทน)
    • Client Id: Client Id ที่ได้จากการสร้างแอปใน Livechat
    • Client Secret: Client Secret ที่ได้จากการสร้างแอปใน Livechat
  • Secret key: กำหนดคีย์ที่คุณต้องการ แล้วบันทึกไว้สำหรับการยืนยัน webhook
    ตั้งค่า livechat

  • หลังจากตั้งค่า "Livechat Integration" ใน GPTBots เสร็จสมบูรณ์:

    • AI Agent จะเข้าดูแลการสนทนาของบัญชี AgentEmail ตอบคำถามผู้ใช้โดยตรง
    • AI Agent รองรับการรับข้อมูลหลายรูปแบบ เช่น ข้อความ รูปภาพ และไฟล์จากผู้ใช้
    • แพลตฟอร์มจะสร้าง "Webhooks - Message and Event Reception URL" ซึ่งสามารถนำไปสร้าง Webhook ใน backend ของ Livechat ได้

ตั้งค่า Chat webhook สำหรับฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น การโอน/ปิดแชท

สร้าง event "incoming_event" และ "incoming_chat"

  • กลับไปที่หน้า Blocks คลิก "Add Building Blocks" เพื่อสร้าง webhook
    เพิ่ม Building Blocks

  • ในหน้าต่าง ให้เลือก "chat webhooks" (โปรดสังเกตว่าไม่ใช่ app webhooks) แล้วคลิก "Add block"
    เพิ่ม block

  • คัดลอก "GPTBots Webhook URL" ใน "GPTBots - Agent Configuration - Integration - Livechat"
    Webhook URL

  • ตั้งค่าตัวเลือกดังนี้ใน "Creating Chat Webhook" แล้วคลิก "Save" เพื่อสร้างสำเร็จ

    • Webhook URL: วาง "GPTBots Webhook URL" ที่คัดลอกไว้
    • Secret key: กรอกคีย์ที่บันทึกไว้ก่อนหน้า
    • Type: เลือก "License"
    • Webhook triggers: เลือก event "incoming_event" และ "incoming_chat" และติ๊ก "chat_presence_user_ids"
      สร้าง Chat Webhook
      Webhook triggers
      การตั้งค่า webhook

ติดตั้งแอปและตรวจสอบ

  • ไปที่หน้า "Private Installation" แล้วคลิก "Install app"
    ติดตั้งแอป

  • จากนั้นไปที่ https://my.livechatinc.com/apps/settings/manage-apps/private เพื่อตรวจสอบว่าติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ หากมีเครื่องหมายติดตั้งแสดงว่าติดตั้งสำเร็จ
    ตรวจสอบสถานะการติดตั้งแอป

ตั้งค่า Livechat Agent

เลือก "Team" - "Group" เพื่อสร้างกลุ่มใหม่ เพิ่มบัญชี LiveChat Agent ที่จะให้ AI Agent ดูแลแทนเข้าไปในกลุ่มนี้ และเพิ่มบัญชี LiveChat Agent สำหรับบริการลูกค้ามนุษย์ด้วย

  • ตั้งค่าบัญชี LiveChat Agent ที่จะให้ AI Agent ดูแลแทนเป็น: Primary agent
  • ตั้งค่าบัญชี LiveChat Agent สำหรับบริการลูกค้ามนุษย์เป็น: Backup agent

ฟีเจอร์ขั้นสูงของ Livechat integration

การตั้งค่า TAG

หมายเหตุ: หลังเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ ระบบจะตรวจสอบ event เป้าหมายทั้งหมดในโปรเจกต์ Livedesk และตั้งค่า TAG ซึ่งอาจทำให้มีการใช้เครดิตสูง
เมื่อการตั้งค่าการยืนยันตัวตนของ Livechat เสร็จสมบูรณ์ สามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์ "Setting TAG" ได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • เลือกสถานการณ์ trigger: ระบบอนุญาตให้ "Setting TAG" ถูก trigger จาก 2 เหตุการณ์ คือ "Closing Conversation" และ "Transferring Chat"
    • Closing Conversation: เมื่อผู้ใช้ปิดสนทนาในหน้าต่างแชท Livechat ด้วยตนเอง
    • Transferring Chat: เมื่อสนทนาในหน้าต่างแชท Livechat ถูกโอนไปยังบัญชีบริการลูกค้ารายอื่น
  • TAG: ระบบจะดึงรายการ TAG ที่ตั้งค่าไว้ในโปรเจกต์ Livechat มาโดยอัตโนมัติ
    เมื่อเกิด trigger ที่เลือกไว้ AI Agent จะเลือก TAG ที่เหมาะสมที่สุดจากประวัติสนทนาและเรียกใช้ "Livechat TAG Setting API" เพื่อกำหนด TAG ให้กับบทสนทนา ช่วยให้บริการลูกค้าระบุความต้องการผู้ใช้ได้รวดเร็วและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
    ฟีเจอร์ขั้นสูง Livechat - การตั้งค่า TAG

สถานะการตอบกลับ

เมื่อการตั้งค่าการยืนยันตัวตนของ Livechat เสร็จสมบูรณ์ สามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์ "Replying Status" ได้ หลังเปิดใช้งาน เมื่อผู้ใช้ส่งข้อความในหน้าต่างแชท Livechat จะเห็น "แอนิเมชันกำลังตอบกลับ" เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้

Pre-Chat Form

เมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์ "Pre-Chat Form" ใน Livechat Widget ผู้ใช้จะถูกขอให้กรอกแบบฟอร์มก่อนแชทหลังส่งข้อความในหน้าต่างแชท Livechat ช่วยให้สามารถเก็บข้อมูลผู้ใช้ได้
เมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์ Pre-Chat Form ที่หน้า GPTBots - Settings - Integrations - Livechat แล้ว AI Agent จะได้รับข้อมูลที่ผู้ใช้ส่งใน Pre-Chat Form ข้อมูลนี้จะถูกนำมาใช้เป็นบริบทของการสนทนา ช่วยให้ AI Agent เข้าใจความต้องการผู้ใช้และตอบกลับได้แม่นยำยิ่งขึ้น
เปิด Pre-Chat Form บนหน้า Livechat

การตั้งค่า User ID

เมื่อผู้พัฒนานำ Livechat Widget ไปให้บริการผู้ใช้เว็บไซต์ สามารถซิงก์ตัวตนระหว่างผู้ใช้ Agent และผู้ใช้ที่ล็อกอินเว็บไซต์ได้โดย ตั้งค่า user ID เมื่อผู้ใช้เว็บไซต์ล็อกอิน ให้เรียกใช้ API ที่ LiveChat Widget SDK ให้มาเพื่อกำหนด user ID จากนั้น GPTBots Agent จะนำ user ID นี้ไปใช้ ช่วยให้ AI Agent ระบุผู้ใช้ได้รวดเร็วและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ

LiveChatWidget.call("set_session_variables",{user_id: "your_user_id"});
                      
                      LiveChatWidget.call("set_session_variables",{user_id: "your_user_id"});

                    
บล็อกโค้ดนี้ในหน้าต่างลอย