Chatbot กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลกธุรกิจในยุคนี้ บอทอัตโนมัติเหล่านี้ช่วยให้ลูกค้าได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว เพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า และลดจำนวนทิกเก็ตที่ต้องขอความช่วยเหลือจากฝ่ายซัพพอร์ต
- Chatbot ช่วยเพิ่มยอดขายได้สูงถึง 67%
- 49% ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกันเคยใช้บริการลูกค้าผ่าน AI chatbot
- 67% ของลูกค้าชอบการบริการตนเองมากกว่าการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่
- ตลาด chatbot คาดว่าจะเติบโตที่ 24.32% CAGR จาก 7.01 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 เป็น 20.81 พันล้านดอลลาร์ในปี 2029
สถิติเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าธุรกิจควรนำ chatbot มาใช้ คู่มือนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อสอนวิธีสร้าง chatbot ด้วย Google Dialogflow ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับสร้าง chatbot โดยเฉพาะ แต่ก่อนอื่น มาทำความรู้จักกับ Google Dialogflow กันก่อน
Part 1: Google Dialogflow คืออะไร และทำงานอย่างไร?
Google Dialogflow คือแพลตฟอร์มออนไลน์ของ Google สำหรับสร้าง chatbot แบบสนทนา โดยใช้เทคโนโลยี Google AI ที่เข้าใจภาษาธรรมชาติ (Natural Language Understanding) เพื่อสร้าง virtual agent สำหรับเว็บไซต์, แพลตฟอร์มแชท, แอปมือถือ ฯลฯ มีอินเทอร์เฟซแบบกราฟิกที่ช่วยให้คุณสร้าง ฝึกสอน และเผยแพร่ chatbot หรือ voicebot ได้ง่าย
เพื่อให้เห็นภาพ Google Dialogflow ชัดเจนขึ้น ลองดูตัวอย่างของ Domino's Domino's ที่ทำให้การสั่งพิซซ่าง่ายขึ้นด้วย chatbot ของ Dialogflow หลังจากนำเทคโนโลยีสนทนานี้มาช่วยลูกค้าในขั้นตอนสั่งซื้อ ก็เห็นผลลัพธ์ที่ดีชัดเจน
ฟีเจอร์เด่นของ Google Dialogflow
ฟีเจอร์หลักของ Google Dialogflow มีดังนี้:
- Visual Builder: มีเครื่องมือสร้างแบบ Visual ที่ช่วยให้คุณสร้าง chatbot หรือ voicebot ได้อย่างง่ายดาย
- Pre-built Agents: มี template agent ให้เลือกมากกว่า 40+ แบบ เพื่อสร้าง chatbot สำหรับจองโรงแรม, นำทาง, ร้านอาหาร, IoT ฯลฯ ได้อย่างรวดเร็ว
- Generative AI Agent: Knowledge Connectors ช่วยให้คุณฝึก agent ด้วยข้อมูลของบริษัทคุณเอง และสร้างบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติและมีคุณภาพด้วย AI ของ Google
- Intent Recognition: สามารถกำหนด intent เพื่อให้ chatbot เข้าใจจุดประสงค์ของคำถามจากผู้ใช้ และตอบกลับได้อย่างถูกต้อง
- Rich Responses: สร้างคำตอบแบบไดนามิกที่มีเนื้อหาหลากหลาย เช่น รูปภาพ ปุ่ม ข้อความ การ์ด ฯลฯ
- One-click Integration: รองรับการเชื่อมต่อกับหลายแพลตฟอร์ม เช่น เว็บไซต์, แอปมือถือ, Facebook, X, LINE และอื่น ๆ เพียงคลิกเดียว
- No Infrastructure & Scalability: เป็นบริการแบบ SaaS ที่รันบนโครงสร้างพื้นฐานของ Google และสามารถขยายการใช้งานได้ตามความต้องการ
- Multilingual: รองรับหลายภาษา เหมาะสำหรับสร้าง chatbot สำหรับลูกค้าทั่วโลก
- Analytics Dashboard: มีแดชบอร์ดวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของลูกค้าและประสิทธิภาพของ agent
สรุปแล้ว Google Dialogflow คือแพลตฟอร์มแบบครบวงจรสำหรับสร้าง chatbot ที่สมบูรณ์แบบและมอบประสบการณ์สนทนาที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นให้กับลูกค้า
Google Dialogflow ทำงานอย่างไร?
ในการทำให้ chatbot ของ Google Dialogflow ทำงานได้ คุณต้องกำหนดตัวอย่าง intent และฝึก bot โดย intent sample คือสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการสอบถามเกี่ยวกับบริการของคุณ เมื่อฝึกเสร็จแล้ว Chatbot ของ Dialogflow จะใช้ ML สร้างวลีที่เกี่ยวข้องมากมาย เมื่อมีลูกค้าถามคำถาม AI จะจับคู่ intent กับวลีตอบกลับที่เหมาะสมที่สุดและส่งคำตอบให้
ขั้นตอนการทำงานของ Google Dialogflow chatbot มีดังนี้:
- ลูกค้าส่งข้อความถึง chatbot ที่เชื่อมต่ออยู่ในเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ
- Chatbot ส่งข้อความไปยัง Dialogflow
- Dialogflow จับคู่ข้อความกับ intent ที่เกี่ยวข้องที่สุด โดยแต่ละ intent จะมีการกำหนด action ไว้ใน fulfillment (Webhook)
- เมื่อพบ intent ที่ตรงกัน Webhook จะเรียกใช้ API ภายนอกเพื่อค้นหาคำตอบที่ถูกต้องจากฐานข้อมูลภายนอก
- Webhook รับคำตอบจากฐานข้อมูลภายนอก นำมาจัดรูปแบบแล้วส่งกลับไปยัง intent
- Intent สร้างข้อมูลที่นำไปใช้ได้จริงตามแต่ละช่องทาง
- ข้อมูลจะถูกส่งผ่าน chatbot และผู้ใช้จะได้รับคำตอบ
นี่คือวิธีที่ Google Dialogflow chatbot ทั่วไปสามารถตอบกลับข้อความของลูกค้าได้
Part 2: วิธีสร้าง Dialogflow Chatbot [คู่มือทีละขั้นตอน]
เมื่อเข้าใจพื้นฐานของ Google Dialogflow แล้ว ต่อไปเราจะเข้าสู่ส่วนสำคัญของบทความนี้ คือ วิธีสร้าง Dialogflow chatbot
อย่างที่กล่าวไป Google Dialogflow มีอินเทอร์เฟซแบบ visual จึงใช้ขั้นตอนง่าย ๆ ไม่กี่ขั้นก็สามารถสร้าง chatbot ได้ตั้งแต่เริ่มต้น ก่อนอื่นขออธิบายคำศัพท์สำคัญที่คุณจะพบใน Google Dialogflow:
- Agent: Agent คือ chatbot ที่คุณสร้างใน Dialogflow
- Intents: Intents ช่วยให้ agent เข้าใจความหมายของข้อความลูกค้า เช่น intent สามารถระบุ "Hello" ว่าเป็น "Greeting"
- Entities: Entities ช่วยดึงข้อมูลที่นำไปใช้ได้จริงจากข้อความของลูกค้า
- Fulfillment: Fulfillment ช่วยให้ agent ดึงและตรวจสอบข้อมูลที่ส่งมาจากฐานข้อมูลหรือ API ภายนอกที่เกี่ยวข้องกับ intent ของลูกค้า
- Response: Response คือคำตอบที่ Dialogflow จะส่งกลับให้ลูกค้า
ต่อไปนี้คือ 6 ขั้นตอนสอนใช้งาน Dialogflow ที่คุณต้องทำตามเพื่อสร้าง chatbot ตัวแรกของคุณ:
ขั้นตอนที่ 1. สร้างบัญชี DialogFlow
ไปที่หน้าเว็บ DialogFlow แล้วคลิก "Go to console" ที่มุมขวาบน จากนั้นเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google ของคุณ
ขั้นตอนที่ 2. สร้าง Agent
คลิก "Create Agent" ที่แถบเมนูด้านซ้าย
ตั้งชื่อ bot ของคุณ กำหนด time zone แล้วคลิก "Create"
ขั้นตอนที่ 3. กำหนด Intents และ Entities
Dialogflow จะนำคุณเข้าสู่หน้าต่าง Intents อย่างรวดเร็ว
ที่นี่ คุณจะเห็น Intents ที่ระบบตั้งไว้ล่วงหน้า 2 รายการ ได้แก่:
- Default Fallback Intent: Intent นี้จะช่วยตอบกลับผู้ใช้เมื่อ agent ไม่สามารถจับคู่ intent ใด ๆ กับคำถามของผู้ใช้ได้ อาจส่งข้อความเช่น “กรุณาอธิบายใหม่อีกครั้ง”
- Default Welcome Intent: Intent นี้ช่วยตอบกลับการทักทายทุกรูปแบบและส่งข้อความต้อนรับที่เหมาะสม
ตอนนี้คุณต้องสร้าง intent ของคุณเอง โดยคลิกปุ่ม "Create Intent"
กำหนดชื่อ intent ของคุณ จากนั้นไปที่ "Training phrases" แล้วคลิก "Add Training Phrases"
ที่นี่ คุณจะต้องใส่ตัวอย่างประโยคที่ผู้ใช้อาจใช้เพื่อแสดงเจตนา เช่น ด้านล่างเป็นตัวอย่างที่ผู้ใช้อาจสั่งพิซซ่า
ถัดไป คุณต้องกำหนด entities เพื่อให้ Dialogflow สามารถดึงข้อมูลสำคัญจากข้อความผู้ใช้ เช่น ประเภทพิซซ่า ขนาดพิซซ่า ที่อยู่จัดส่ง เบอร์โทรศัพท์ ชื่อ เป็นต้น วิธีง่าย ๆ คือไฮไลต์คำจาก training phrases แล้วระบุ entity ที่เกี่ยวข้อง เช่น ไฮไลต์ที่อยู่แล้วเลือก "@sys.address"
ในทำนองเดียวกัน คุณสามารถระบุ entities ที่สำคัญอื่น ๆ ได้ หาก entity ที่ระบบมีไม่ตรงกับที่คุณต้องการ ก็สามารถสร้าง entity ใหม่เองได้เช่นกัน
คุณจะเห็นรายการ entities ทั้งหมดในส่วน "Action and parameters"
หากต้องการให้การสั่งพิซซ่าสมบูรณ์ ให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อ ที่อยู่ ประเภทพิซซ่า ขนาดพิซซ่า และเบอร์โทรศัพท์ ให้ติ๊กเลือก entities เหล่านี้ในส่วน "Action and parameters" แล้วกรอกข้อความ "prompts" ให้แต่ละ entity ซึ่งจะเป็นข้อความที่ chatbot ใช้ถามผู้ใช้เมื่อยังไม่ได้รับข้อมูลนั้น
ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้ส่งข้อความว่า “ฉันชื่อ John ต้องการสั่งพิซซ่าผักขนาดกลาง 2 ถาด ส่งที่ 123 ถนน” แต่ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ Chatbot จะตรวจพบว่าข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ขาดหาย และจะถามผู้ใช้ให้ส่งเบอร์โทรศัพท์ตาม prompt ที่คุณตั้งไว้ วิธีนี้ช่วยให้ DialogFlow chatbot สนทนาโต้ตอบเพื่อเก็บข้อมูลครบถ้วนสำหรับการสั่งพิซซ่า
ขั้นตอนที่ 4. กำหนดข้อความตอบกลับ (Responses)
เมื่อกำหนด entities ครบแล้ว ให้เลื่อนลงไปที่ส่วน "Responses" แล้วเริ่มเขียนข้อความตอบกลับที่ต้องการส่งให้ผู้ใช้เมื่อได้รับข้อมูลครบถ้วน โดยควรใช้ค่าของ entity เพื่อสร้างคำตอบที่ตรงกับข้อความของผู้ใช้ ตัวอย่างด้านล่างนี้คือข้อความตอบกลับบางส่วนสำหรับการสั่งพิซซ่า
ขั้นตอนที่ 5. บันทึกและทดสอบ Chatbot
คลิกปุ่ม "Save" จากนั้นใช้ช่อง prompt ทางด้านขวาเพื่อลองทดสอบการทำงานของ chatbot
จากภาพด้านล่าง จะเห็นว่าเราได้ส่งข้อความที่ครบถ้วนไปยัง chatbot และ chatbot สามารถตอบกลับได้อย่างถูกต้องโดยดึงข้อมูล entity ที่เกี่ยวข้องจากข้อความของผู้ใช้
ในตัวอย่างที่สอง เราไม่ได้ให้เบอร์โทรศัพท์ Chatbot จึงขอให้เราระบุเบอร์โทรศัพท์ก่อนจะดำเนินการสั่งซื้อ
ขั้นตอนที่ 6. เชื่อมต่อ Chatbot เข้ากับ Platform ต่าง ๆ
เมื่อทดสอบ chatbot เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการเชื่อมต่อ chatbot โดยคลิกที่ "Integrations" จากแถบด้านซ้าย เลือก platform ที่ต้องการ แล้วทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อเชื่อมต่อ chatbot
เสร็จเรียบร้อย! นี่คือวิธีสร้าง Google Dialogflow chatbot ด้วยการเขียน intent, entity และ response อย่างชาญฉลาด
Part 3. วิธีสร้าง Chatbot ที่ง่ายกว่า สำหรับมือใหม่ [ไม่ต้องเขียนโค้ด]
แม้ว่า Dialogflow จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับการพัฒนา chatbot แต่ก็ยังต้องใช้เวลาและความพยายามมากในการวางแผน intent, entity และ response ให้ครบ ต่างจากการใช้เครื่องมือสร้างบอทแบบภาพ เช่น GPTBots ที่ช่วยให้ขั้นตอนง่ายและสะดวกกว่า
GPTBots คือแพลตฟอร์มสร้าง AI chatbot สมัยใหม่ที่ทรงพลัง มาพร้อมเทมเพลตสำเร็จรูปมากมาย และเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการสร้าง ฝึกสอน และเชื่อมต่อ chatbot
นี่คือวิธีสร้าง chatbot ด้วย GPTBots เพียง 3 ขั้นตอนง่าย ๆ:
ขั้นตอนที่ 1. ไปที่ เว็บไซต์ GPTBots และสมัครสมาชิก จากหน้าแรก คลิก "New bot" แล้วเลือกว่าจะสร้างบอทใหม่เองหรือใช้เทมเพลตที่มีอยู่
ขั้นตอนที่ 2. ที่ส่วน "Knowledge" ให้อัปโหลดข้อมูลบริษัททั้งหมดของคุณ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ ไฟล์ สเปรดชีต Google Drive ฯลฯ ได้อย่างง่ายดาย
GPTBots จะดึงคำถามที่เกี่ยวข้องออกมาอย่างชาญฉลาด ซึ่งคุณสามารถทดสอบ ตรวจสอบ และปรับแต่งได้
ขั้นตอนที่ 3. เมื่อฝึกสอน chatbot เสร็จแล้ว เพียงเชื่อมต่อบอทเข้ากับแพลตฟอร์มที่คุณต้องการ เช่น WhatsApp, Discord, Slack, เว็บไซต์ ฯลฯ
เห็นไหมว่าการสร้าง chatbot ที่สมบูรณ์แบบด้วย GPTBots นั้นง่ายและรวดเร็ว แล้วคุณคิดอย่างไร? จะเลือกวิธีของ Google Dialogflow ที่ต้องวาง intent, entity และ response หลายขั้นตอน หรือจะเลือกวิธีคลิกสร้างบอทง่าย ๆ ของ GPTBots แน่นอนว่าต้องเลือก GPTBots
คุณสมบัติเด่นของ GPTBots มีดังนี้:
- ใช้งานง่าย: อินเทอร์เฟซแบบลากวาง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ใช่นักพัฒนา
- เทมเพลตสำเร็จรูป: สร้าง chatbot ได้รวดเร็วด้วยเทมเพลตที่มีให้เลือกมากมาย
- ฝึกสอนบอทได้เร็วมาก: ลากวางข้อมูลความรู้ของบริษัทเพื่อฝึกสอนบอทได้ง่าย ๆ
- เชื่อมต่อครบวงจร: เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มและบริการต่าง ๆ ได้ง่าย โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเยอะ
สรุป หากคุณต้องการสร้าง chatbot แบบไร้กังวล GPTBots คือแพลตฟอร์มที่เหมาะกับคุณ เข้าไปที่เว็บไซต์ GPTBots แล้วสร้าง chatbot ตัวแรกของคุณได้ฟรี
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ GPTBots และช่วยให้ผู้ใช้ของคุณเริ่มต้นสนทนาได้ง่ายขึ้นวันนี้
- 12 วิธีใช้ ChatGPT สำหรับธุรกิจอย่างได้ผล [2026]
- [คู่มือ 2026] วิธีสร้าง Discord Bot โดยไม่ต้องเขียนโค้ด
- วิธีสร้าง WhatsApp Bot ใน 5 นาที! (แค่ 3 ขั้นตอน)
- วิธีสร้าง FAQ Chatbot โดยไม่ต้องเขียนโค้ดใน 5 นาที!
- HR ChatBot คืออะไร? [คู่มือฉบับสมบูรณ์]
- Slack Bot คืออะไร & วิธีสร้าง Slack Bot
บทสรุป
ในยุคที่ chatbot กำลังเป็นเทรนด์ Google Dialogflow คือแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับสร้าง chatbot ให้กับธุรกิจของคุณ คุณสามารถใช้ Intents, Entities และ Responses ได้อย่างชาญฉลาดตามขั้นตอนข้างต้น เพื่อฝึกและทำให้ chatbot ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม GPTBots ก็โดดเด่นในฐานะวิธีสร้าง chatbot ที่ใช้งานง่ายและรวดเร็วกว่า ดังนั้น ทางเลือกสุดท้ายขึ้นอยู่กับคุณเอง ประเมินความต้องการ เลือกเครื่องมือสร้าง chatbot ที่เหมาะสม แล้วเริ่มต้นสร้าง chatbot ของคุณได้เลย







