AI Agent กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ช่วยให้ทั้งพนักงานและลูกค้าได้รับความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถามที่พบบ่อย แนะนำสินค้า จัดการออเดอร์ หรือดูแลงานซ้ำ ๆ ของพนักงาน ฯลฯ
ในบรรดาแพลตฟอร์มสำหรับสร้าง AI Agent ที่มีอยู่มากมาย หลายธุรกิจให้ความสนใจกับ Agentforce จาก Salesforce เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่มีเครื่องมือทรงพลังสำหรับสร้างและปรับแต่ง AI Agent แต่ก็ยังมีทางเลือกอื่นที่ใช้งานง่ายกว่า Agentforce อีกหลายตัว
คู่มือนี้จึงถูกจัดทำขึ้นเพื่อเจาะลึกศักยภาพและข้อจำกัดของ Salesforce Agentforce พร้อมแนะนำ ทางเลือกที่ดีที่สุด ให้คุณพิจารณา
Salesforce Agentforce คืออะไร?
Agentforce คือแพลตฟอร์มล้ำสมัยที่ Salesforce เปิดตัวในปี 2024 ช่วยให้องค์กรสามารถออกแบบ ปรับแต่ง และนำ AI Agent อัตโนมัติไปใช้ในฟังก์ชันธุรกิจต่าง ๆ นวัตกรรมนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำ AI มาผสานกับระบบนิเวศของ Salesforce ทำให้เป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและประสบการณ์ลูกค้า
Agentforce ทำให้การสร้างโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นเรื่องง่าย ด้วยตัวเลือกแบบ low-code และ no-code ช่วยให้ธุรกิจปรับปรุงงานบริการลูกค้า การตลาด การขาย และอีคอมเมิร์ซได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้ Agentforce บริษัทสามารถ:
ด้วย Salesforce Agentforce ธุรกิจสามารถ:
- ตอบคำถามลูกค้าอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง ทุกช่องทาง
- ดึงดูดลูกค้าใหม่ด้วยการตอบคำถามเกี่ยวกับสินค้า การจองนัดหมาย ฯลฯ
- ใช้ Sales Coach agent เพื่อฝึกซ้อมบทบาทและการนำเสนอขายแบบเฉพาะบุคคล
- แนะนำสินค้าแบบเฉพาะบุคคลขั้นสูง
- สร้างและปรับแต่งแคมเปญการตลาดแบบเจาะกลุ่มเป้าหมาย
สรุปคือ Salesforce Agentforce ช่วยให้ธุรกิจนำ AI Agent อัตโนมัติมาให้บริการทั้งลูกค้าและพนักงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ฟีเจอร์หลักของ Agentforce ใน Salesforce
Agentforce มาพร้อมฟีเจอร์ทรงพลังที่ออกแบบมาเพื่อปลดล็อกศักยภาพ AI อย่างเต็มที่:
1. Agent Builder
เครื่องมือ low-code สำหรับสร้าง AI Agent โดย:
-
กำหนดหัวข้อสนทนา
-
ให้คำสั่งเป็นภาษาธรรมชาติ
-
สร้างคลังแอ็กชันสำหรับ workflow แบบ custom
2. Atlas Reasoning Engine
แกนกลางอัจฉริยะของ Agentforce ที่ช่วยให้ Agent สามารถ:
-
เข้าใจและโต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ
-
ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ พร้อมตอบได้ถูกต้องตามบริบท
3. Configurable Agent Templates
เทมเพลตสำเร็จรูปที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม เช่น:
-
Healthcare, Banking และ Retail
-
Operations, Customer Experience และ IT
4. Testing Center
สภาพแวดล้อมจำลองที่ช่วยให้:
-
สร้างสถานการณ์จำลองเพื่อทดสอบประสิทธิภาพ
-
ให้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อปรับแต่งคำสั่งของ Agent
5. Task Automation
ระบบอัตโนมัติสำหรับงานซ้ำ ๆ เช่น:
-
การนัดหมาย
-
ประมวลผลออเดอร์
-
สร้างรายงาน
6. Seamless Integration
Agentforce เชื่อมต่อกับแอปใน Salesforce และระบบ third-party ได้อย่างไร้รอยต่อ รองรับ workflow ที่มีอยู่เดิม
ทำไมควรมองหาทางเลือกของ Agentforce?
แม้ Agentforce จะเป็นเครื่องมือที่ครบถ้วนสำหรับการสร้างและปรับแต่ง AI Agent แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหรือความท้าทายที่ผู้ใช้งานต้องพบเจอเช่นกัน
ข้อจำกัดของ Salesforce Agentforce
แม้ Agentforce จะเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลัง แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการ:
-
เส้นทางการเรียนรู้ที่ชัน: การนำไปใช้และการเชี่ยวชาญในเครื่องมือนี้อาจซับซ้อนและใช้เวลานาน
-
ปัญหาด้านประสิทธิภาพ: มีรายงานเกี่ยวกับการโหลดที่ช้าและบางฟีเจอร์ที่ไม่ตอบสนองเป็นบางครั้ง
-
การปรับแต่งที่จำกัด: ฟีเจอร์การปรับแต่งขั้นสูงบางอย่างอาจไม่รองรับ
-
ความท้าทายด้านการเชื่อมต่อ: พบปัญหาในการเชื่อมต่อกับระบบของบุคคลที่สามซึ่งอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการซิงค์ข้อมูล
-
ต้นทุนสูง: ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของอาจสูงเกินไปสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ หลายธุรกิจอาจพิจารณาหาทางเลือกอื่นที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ดีกว่า
ปัจจัยที่ควรพิจารณาสำหรับทางเลือก Agentforce
หากคุณรู้สึกว่า Salesforce Agentforce ไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ลองพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เพื่อเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด:
- ส่วนติดต่อผู้ใช้: อินเทอร์เฟซควรใช้งานง่าย ทั้งการสร้าง ปรับแต่ง และนำ AI Agent ไปใช้งาน
- ชุดฟีเจอร์: มีฟีเจอร์หลักที่จำเป็น เช่น การสนับสนุนลูกค้า ระบบอัตโนมัติด้านการขาย การตลาด ฯลฯ
- การเชื่อมต่อที่ราบรื่น: ตรวจสอบว่ารองรับการเชื่อมต่อกับระบบ/เครื่องมือที่คุณใช้อยู่ได้ดี
- ตัวเลือกการปรับแต่ง: สามารถปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการของธุรกิจ
- ต้นทุน: ราคาควรเหมาะสมและไม่สูงเกินไป
- รีวิวจากผู้ใช้: มีชื่อเสียงดีและได้รับรีวิวเชิงบวกจากผู้ใช้งานจริง
จากปัจจัยเหล่านี้ คุณสามารถเลือกทางเลือก Agentforce ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณได้ 2-3 ตัวเลือก แล้วตัดสินใจเลือกตัวที่ดีที่สุด
6 ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ Agentforce
ในตลาดมีเครื่องมือ AI Agent มากมายที่ช่วยสร้างและนำ AI Agent ไปใช้ในกระบวนการธุรกิจของคุณ แต่การค้นหาตัวที่ดีที่สุดอาจต้องใช้เวลามาก
เพื่อประหยัดเวลาในการค้นหา เราได้คัดสรร 6 ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ Agentforce ที่โดดเด่นทั้งในด้านฟีเจอร์และประสิทธิภาพมาให้คุณแล้ว
1. GPTBots.ai – Enterprise AI Agent
GPTBots.ai คือ AI Agent สำหรับองค์กร และเป็นทางเลือกที่ล้ำหน้าที่สุดแทน Agentforce โดยมอบโซลูชัน AI หลากหลายสำหรับองค์กร ช่วยให้สามารถนำ AI Agent ไปใช้ในด้านการสนับสนุนลูกค้า การขาย การตลาด การวิเคราะห์ข้อมูล และอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยให้องค์กรอัตโนมัติปัญหาลูกค้าได้ถึง 90% เพิ่มโอกาสในการได้ลูกค้าใหม่ 300% และอัตโนมัติงาน SDR ได้ถึง 80% และอื่น ๆ
GPTBots.ai ช่วยให้ธุรกิจใช้ประโยชน์จาก AI ได้ทั้งในฝั่งพนักงานและลูกค้า เช่น สร้าง AI Agent เพื่อดูแลการสนับสนุนลูกค้า หรือช่วยพนักงานเขียนคอนเทนต์การตลาด หรือวิเคราะห์ข้อมูล นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อ AI Agent กับช่องทางที่คุณต้องการ เช่น เว็บไซต์ WhatsApp Messenger Telegram Zapier ฯลฯ
ฟีเจอร์เด่นของ GPTBots.ai ได้แก่:
- AI Agent ระดับองค์กร ช่วยอัตโนมัติปัญหาลูกค้า 90% และเพิ่มโอกาสลูกค้าใหม่ 300%
- ฟีเจอร์ AI Enterprise Search ให้ความรู้ขององค์กรเข้าถึงได้สำหรับทุกคน
- เชื่อมต่อ AI Agent กับ WhatsApp, Intercom, Telegram, Messenger ฯลฯ ได้หลากหลาย
- AI ช่วยทีมขายและการตลาดในด้านแนะนำสินค้า เขียนข้อความโฆษณา วิเคราะห์ข้อมูล ฯลฯ
- ปรับแต่ง AI Agent ได้เต็มรูปแบบให้ตรงกับโทนและสไตล์ของแบรนด์
- มีระบบวิเคราะห์และรายงานผล AI อย่างครบถ้วน
สรุปแล้ว GPTBots.ai คือ AI Agent ระดับองค์กรที่อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ สามารถอัตโนมัติและยกระดับการดำเนินธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม
ทำไมต้องเลือก GPTBots.ai?
-
เพิ่มโอกาสลูกค้าใหม่ 300% ด้วยระบบอัตโนมัติแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย
-
อัตโนมัติงานของ SDR ได้ถึง 80%
2. ControlHippo – โซลูชันการสื่อสารแบบ Omnichannel
ControlHippo คือแพลตฟอร์มการสื่อสารแบบ omnichannel ที่ช่วยให้การสื่อสารเป็นเรื่องง่ายขึ้นด้วยการรวมแอปแชทยอดนิยมไว้ในกล่องจดหมายเดียว นอกจากนี้ยังมี AI chat assistant ที่ช่วยทีมงานตอบคำถามลูกค้าได้รวดเร็วด้วย AI smart replies โดย AI จะค้นหาคำตอบที่เกี่ยวข้องที่สุดจากคลังความรู้มาให้ทีมงาน
ControlHippo ยังรองรับการสร้าง chatbot ตั้งแต่เริ่มต้น โดยเป็นแพลตฟอร์มแบบ no-code ที่ช่วยให้คุณสร้าง chatbot เฉพาะบุคคลเพื่อช่วยเหลือลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีรายงานวิเคราะห์เกี่ยวกับการโต้ตอบกับลูกค้าเพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล
คุณสมบัติเด่นของ ControlHippo ได้แก่:
- กล่องจดหมายเดียวสำหรับเชื่อมต่อกับลูกค้าผ่านทุกช่องทางแชท เช่น WhatsApp, Telegram, Instagram, Facebook, อีเมล ฯลฯ
- เชื่อมต่อ omnichannel กับระบบ CRM ได้อย่างไร้รอยต่อ
- AI chat assistant สำหรับทีมซัพพอร์ต
- เครื่องมือสร้าง AI chatbot แบบ no-code
- รายงานวิเคราะห์เชิงลึก
- ระบบ workflow automation เช่น การอัปเดตอัตโนมัติ, การเปิดแคมเปญแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมายตาม trigger เป็นต้น
3. Zendesk – ผู้นำด้านบริการลูกค้า
Zendesk เป็นอีกหนึ่งทางเลือกแทน Agentforce Salesforce ที่ยอดเยี่ยม เป็นแพลตฟอร์มบริการลูกค้าแบบคลาวด์ที่ช่วยปรับปรุง workflow และเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า โดยมีเครื่องมือหลากหลายทั้ง helpdesk, การตลาดผ่านอีเมล, งานขาย, live chat, การมีส่วนร่วมของลูกค้า/พนักงาน และอื่น ๆ
Zendesk มี AI agent อัจฉริยะที่สามารถทำงานอัตโนมัติกว่า 80% ของการโต้ตอบกับลูกค้า สามารถใช้งานได้หลายช่องทางสื่อสาร และช่วยแก้ไขปัญหาของลูกค้าแบบอัตโนมัติ พร้อมทั้งให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มลูกค้าเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติเด่นของ Zendesk ได้แก่:
- ระบบจัดการ ticket แบบศูนย์กลาง
- การสนับสนุนแบบ multi-channel ในที่เดียว
- ระบบอัตโนมัติงานประจำ เช่น การจัดสรร ticket, การแจ้งเตือนติดตามผล ฯลฯ
- AI agent ที่ช่วยแก้ไขปัญหาลูกค้าได้อัตโนมัติกว่า 80%
- รายงานและเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่ทรงพลัง
- ปรับแต่งและขยายระบบได้อย่างยืดหยุ่น
4. Freshdesk - ระบบสนับสนุนลูกค้าแบบครบวงจร
Freshdesk คือโซลูชันการมีส่วนร่วมกับลูกค้าแบบ web-based ที่ช่วยให้องค์กรสามารถมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมแก่ลูกค้า ด้วยระบบจัดการ ticket อัจฉริยะ, AI ในตัว และระบบอัตโนมัติ สามารถจัดหมวดหมู่ กำหนดลำดับความสำคัญ และมอบหมาย ticket ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อม workspace สำหรับ agent ที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียวเพื่อให้โฟกัสกับปัญหาและให้การดูแลแบบเฉพาะบุคคล
Freshdesk ยังมีซอฟต์แวร์บริการลูกค้าแบบ omnichannel ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ชื่อว่า Freshdesk Omni โดย AI agent นี้สามารถเชื่อมต่อทุกช่องทางสื่อสารของคุณและตอบคำถามลูกค้าได้มากกว่า 25 ภาษา รวมถึงให้ข้อมูลเชิงลึกด้วย AI
คุณสมบัติเด่นของ Freshdesk ได้แก่:
- บริหารจัดการ ticket จากหลายช่องทางในที่เดียว
- มีพอร์ทัล self-service สำหรับลูกค้า
- ระบบอัตโนมัติงานซ้ำ ๆ เช่น การจัดสรร ticket, การอัปเดตสถานะ ฯลฯ
- AI agent สำหรับแก้ไขปัญหาอัตโนมัติ
- เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่แข็งแกร่ง
- เชื่อมต่อกับเครื่องมือ third-party เช่น MS Teams, Slack, Shopify ฯลฯ ได้
5. ChatBot – เครื่องมือสร้างบอทแบบ Visual
ChatBot คือทางเลือกของ Agentforce ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างและเชื่อมต่อ AI bot โดยเฉพาะ เครื่องมือนี้เป็นแบบเว็บแอปพลิเคชันที่มาพร้อมกับตัวสร้าง chatbot แบบลากวาง (visual builder) ให้คุณออกแบบ flow ของ chatbot ได้ง่าย ๆ ไม่ต้องเขียนโค้ด สามารถสร้าง chatbot สำหรับงานบริการลูกค้า งานขาย และการตลาดได้อย่างครบถ้วน
ChatBot ยังมีเทมเพลตที่ออกแบบไว้ล่วงหน้าสำหรับทักษะเฉพาะ เช่น การเสนอส่วนลด แนะนำสินค้า และอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมทั้งรองรับการเชื่อมต่อ AI chatbot กับหลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์, WhatsApp, Messenger, Slack ฯลฯ
ฟีเจอร์เด่นของ ChatBot ได้แก่:
- ตัวสร้าง chatbot แบบลากวาง (Visual chatbot builder)
- รองรับการสร้าง chatbot สำหรับบริการลูกค้า งานขาย การตลาด และอื่น ๆ
- ฝึก chatbot ได้อย่างราบรื่นด้วยฐานความรู้ขององค์กรที่อัปโหลดผ่าน PDF, สเปรดชีต, เว็บไซต์ ฯลฯ
- เชื่อมต่อกับหลายช่องทาง
- มีระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก
6. Intercom: AI-First Customer Support
Intercom เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าเชื่อถือสำหรับ Agentforce Salesforce โดยเน้นโซลูชันบริการลูกค้าแบบ AI-first ที่มาพร้อมความสามารถ omnichannel, วิดเจ็ต live chat และฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมาย
Intercom ได้เปิดตัว AI agent รุ่นใหม่ล่าสุดชื่อว่า Intercom Fin 2 ซึ่งทำงานคล้ายกับ human agent โดย AI agent นี้สามารถตอบคำถามแบบเป็นธรรมชาติและเฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาการสนับสนุนลูกค้าได้ถึง 82% สามารถพูดคุยในโทนเสียงของคุณและปรับแต่งทุกการสื่อสารให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย รวมถึงส่งข้อความแบบกำหนดเป้าหมายและตั้งเวลาส่งตามภูมิภาคหรือช่องทางต่าง ๆ ได้อีกด้วย
ฟีเจอร์เด่นของ Intercom มีดังนี้:
- เชื่อมต่อการสื่อสารข้ามหลายช่องทาง (omnichannel support)
- วิดเจ็ต live chat ที่ปรับแต่งได้
- ศูนย์ช่วยเหลือตนเอง (Self-service help center)
- AI Agent ขั้นสูง (Fin 2) สำหรับงานบริการลูกค้า การตลาด และการขาย
- ระบบ workflow อัตโนมัติสำหรับงานซ้ำ ๆ
- ระบบวิเคราะห์และรายงานข้อมูลที่มีประโยชน์
- เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันของบุคคลที่สามกว่า 300 รายการ
สรุป
Agentforce ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในระบบนิเวศของ Salesforce อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีข้อจำกัด เช่น การเรียนรู้ที่ยาก โหลดช้า และปัญหาอื่น ๆ ที่อาจกระทบต่อประสบการณ์ใช้งาน ดังนั้น ทางเลือก Agentforce ที่กล่าวมาข้างต้นจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการใช้งาน AI agent ที่ตอบโจทย์มากกว่า
ในบรรดาทางเลือกทั้งหมด GPTBots.ai โดดเด่นที่สุดด้วยฟีเจอร์ระดับองค์กร การปรับแต่งที่สูง และตัวเลือกการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ขอแนะนำให้คุณทดลองใช้ GPTBots.ai เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจด้วย AI agents ที่เชื่อถือได้
เริ่มทดลองใช้ฟรี






